กวางป่า

posted on 04 Dec 2009 01:45 by sadnaiwannakadeethai
กวางป่า
ชื่อสามัญ :Sambar  deer
ชื่อวิทยาศาสตร์:Cervus  unicolor
ชื่อวงศ์: CERVIDAE
ชื่ออื่น:กวางม้า
                 สัตว์ป่าเขาสร้างสวยงาม  รูปร่างระหง  มีลีลาการเดินที่อ่อนช้อยดั่งท่วงท่าอาการก้าวย่างของหญิงสาว  อีกทั้งมีดวงตาที่สดใสเป็นประกายมีชีวิตชีวา เหมือนมีย้ำหล่อเลี้ยงอยู่  จึงมักถูกนำมาเปรียบเทียบกับความงามของนัยน์ตาหญิงงามเสมอ
ลักษณะจำเพาะ
                กวางป่า  เป็นกวางขนาดใหญ่  ขนยาวหยาบสีน้ำตาลเข้ม ขนบริเวณคอจะยาวและหนาแน่นกว่าที่อื่นๆ  หางค่อนข้างสั้น  กวางป่ามีเขาเฉพาะตัวผู้  เขาจะมีข้างละ ๓ กิ่ง  แต่เขาที่ขึ้นครั้งแรกมีกิ่งเดียว  เมื่อเขาแรกหลุดเขาที่ขึ้นใหม่จะมี ๒ กิ่ง  เมื่อเขา ๒ กิ่งหลุด  เขาที่ขึ้นใหม่จะมี ๓ กิ่ง  ปีต่อไปเมื่อผลัดเขาใหม่จะมีเพียง ๓ กิ่งเท่านั้น  ไม่เพิ่มมากกว่านี้  กวางป่าจะผลัดเขาทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
การดำรงชีวิต
                ปกติกวางป่าชอบอยู่ตามลำพังตัวเดียว  นอกจากฤดูผสมพันธุ์เท่านั้นจึงจะอยู่เป็นคู่  จะออกหากินตั้งแต่ตอนเย็นถึงเช้าตรู่  ส่วนในเวลากลางวันจะนอนในที่รกทึบ  เพื่อหลีกเลี่ยงสัตว์ผู้ล่า  อาหารในธรรมชาติ  ได้แก่  เถาวัลย์อ่อนๆ ยอดอ่อนของไม้พุ่มเตี้ยๆ ใบไม้  ใบหญ้าที่เพิ่งผลิใบ  ใบไผ่  และชอบกินดินโป่งมาก  กวางชนิดนี้จะอาศัยอยู่ตามป่าทั่วไปรวมทั้งป่าทึบ  แล้วออกมาหากินตามริมทาง  ลำธาร  และทุ่งโล่ง  อีกทั้งยังชอบนอนแช่ปลักโคลนเหมือนควายเพื่อป้องกันแมลงด้วยถิ่นที่อยู่อาศัย
                กวางป่าเป็นกวางที่อาศัยอยู่ทั่วไปในทวีปเอเชีย  พบในประเทศศรีลังกา  อินเดีย  เนปาล  จีน  พม่า  เวียดนาม  ลาว  กัมพูชา  มาเลเซีย  อินโดนีเซีย  ไต้หวัน  ฟิลิปปินส์  สำหรับในประเทศไทยพบตามป่าดงดิบทั่วไป
กระรอกในวรรณคดีไทย                                                เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน                          เหมือนอย่างนางเชิญ
                                พระแสงสำอางข้างเคียง(กาพย์พระไชยสุริยา : สุนทรภู่)

                                                ฟังชวน                                                                  สองเงาะสำรวลเริงร่า
                                ลุกขึ้นเดินตามกันมา                                                           แลลอดสอดหามมฤคร้ายฯ(เงาะป่า: รัชกาลที่ ๕
)                                                กวางระเริงเบิ่งร้องในท้องถิ่น                          ว่าถึงดินแล้วก็ว่าถึงป่าระเหง
                                จักจั่นแจ้วแว่วหวานประสานเพลง                                  เหมือนละเวงวัณฬาแม่จาบัลย์ฯ(พระอภัยมณี : สุนทรภู่)

                                                เสือมองย่องแอบต้นตาเสือ                                ร่มหูกวางกวางเฝือฝูงกวางป่า
                                อ้อยช้างช้างน้าวเป็นราวมา                                               สาลิกาจับกิ่งพิกุลกินฯ(เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน)ในวรรณคดีไทยกล่าวถึงกวางไว้หลายเรื่อง  มีทั้งกวางที่เป็นตัวละครในเรื่อง เช่นในเรื่องรามเกียรติ์  ตอนมารีศแปลงเป็นกวางทองล่อพระราม  เรื่องทศกัณฐ์สั่งให้ยังกษ์มารีศมาหลอกล่อพระรามให้ออกจากกุฎี  เพื่อตนจะได้เข้าไปหานางสีดา  กวางทองแปลงล่อพระรามและพระลักษมณ์ไปได้  แต่ในที่สุดก็ต้องศรพระรามสิ้นชีพไปนอกจากนี้กวีไทยยังนิยมใช้ความงดงามเป็นประกายของตากวางมาเป็นสิ่งเปรียบความงดงามของตานางในวรรณคดี  เพราะตากวางนั้นจะเป็นประกายสดใสไม่ขุ่นมัว  ดังเช่นในบทละคนเรื่องอิเหนา  ฉบับพระราชนิพนธ์ในรัชการที่ ๒  ตอน อิเหนาชมความงามของนางจินตะหรา  ความว่า                “ดวงตาเอ๋ยดวงหยิหวา                                       งามอย่างนางฟ้ากระยาหงัน
                นวลละอองผ่องพักตร์ผิวพรรณ                                       ดั่งบุหลันทรงกลดหมดมลทิน
                งามเนตรดั่งเนตรมฤคมาศ                                               งามขนงวงวาดดั่งวงศิลป์
                อรชรอ้อนแอ้นดั่งกินริน                                                    งามสิ้นทุกสิ่งพริ้งพร้อมฯ”นอกจากความงามของตากวางที่เป็นประกายสดใส  ที่ใครเห็นต่างประทับใจแล้ว ท่วงท่าการย่างเดินของกวางยังถูกนำมาเปรียบกับลีลาการเดินของนางในวรรณคดีด้วย  ดังในเรื่องกาพย์พระไชยสุริยา  ที่กล่าวว่า                                “เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน                        เหมือนดั่งนางเชิญ
                                พระแสงสำอางข้างเคียง”

edit @ 5 Dec 2009 00:29:41 by สัตว์ในวรรณคดีไทย

Comment

Comment:

Tweet

#2 By (49.230.99.63|49.230.99.63) on 2014-12-21 13:52

tongue

#1 By (182.52.190.75|182.52.190.75) on 2014-01-06 19:04