ม้า

posted on 04 Dec 2009 01:50 by sadnaiwannakadeethai
ม้า
ชื่อสามัญ : Horse
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Egus caballusวงศ์ : EGUIDAE
ชื่ออื่น : -

                ยอดนักวิ่งผู้ทรงพลัง  ด้วยฝีเท้าอันรวดเร็วราวลมกรด และ งามสง่าด้วยรูปร่างอันกำยำ กล้ามเนื้อที่สมส่วน และ แผงคออันงดงาม  ทำให้มันคือ พาหนะคู่ใจของคนเรามาช้านาน และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรวดเร็วอีกด้วย
ลักษณะจำเพาะ
                ม้า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนขนาดใหญ่ หน้ายาว ขายาว เป็นสัตว์กีบคู่มีอยู่สองลักษณะคือ ม้าป่าและม้าเทศ หากินอยู่เป็นฝูงตามทุ่งโล่ง เวลามีศัตรูจะเห็นได้แต่ไกลและวิ่งหนีได้ทัน
                ม้าป่า มีขนาดเล็ก ลำตัวขนาดเท่าลูกม้าเทศ ขนสีน้ำตาล ดำ ขาว เทา ขนบนสันคอสีดำตั้งเป็นแผง ต่อจากแผงคอก็มีแถบตามแนวสันหลังไปจนถึงกลางหลัง บนไหล่มีแถบสีดำจางๆ พอถึงหน้าหนาวขนจะดกและหนามาก                  ม้าเทศ เป็นม้าพันธ์ดีจากยุโรปและออสเตรเลีย รูปร่างใหญ่ มีหลายสี นิยมเลี้ยงไว้เพื่อแข่งขันหรือขี่เป็นการกีฬา มีขนาดใหญ่กว่าม้าป่ามากและมีความสมส่วนของร่างกาย
การดำรงชีวิต
                ม้าป่าจะหากินตามบริเวณทุ่งหญ้าโล่งที่มีแหล่งอาหาร มักหากินรวมกันเป็นฝูงใหญ่ ส่วนม้าเทศจะได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของ อาหารคือ หญ้า ฟาง พืชใบเขียว เป็นสัตว์ที่มีฟันหน้าสำหรับกัดหญ้าให้ขาดและมีฟันกรามซึ่งผิวหน้าแบนสำหรับเคี้ยว แต่บนขากรรไกรระหว่างฟันหน้ากับฟันกรามจะไม่มีฟันอยู่เลยม้าตกลูกคราวละ ๑ ตัว ลูกม้าที่ออกมาจะสามารถยืนได้ใน ๒-๓ นาที และจะอยู่กับแม่จนกว่าจะโตพอหากินเองได้
ถิ่นที่อยู่อาศัย
                ปัจจุบันม้าจำนวนมากที่อยู่ในการดูแลเลี้ยงดูของมนุษย์ และเป็นพันธ์ม้าเทศ แต่ก็มีม้าป่าอยู่บ้างตามธรรมชาติ ทั้งในทวีปยุโรป อเมริกาและเอเชียบางประเทศ เช่น มองโกเลีย แต่ในประเทศไทยไม่ปรากฏว่ามีม้าอยู่
ม้าในวรรณคดีไทย
                จึ่งให้ผูกม้าอุปการ                                          เบาะอานล้วนเครื่องกุดั่น
งามดั่งสินธพเทวัน                                                             ลอยมาแต่ชั้นดุษฎี
อาลักษณ์เชิญล่องสุวรรณมาศ                                          อันใส่พระราชสารศรี
สวมคอพญาพาชี                                                                 ตามมีพระราชบัญชาฯ
                                                                                                                                        (รามเกียรติ์ : รัชกาลที่ ๑)

                ได้ยินสำเนียงฆ้องกลอง                                               กึกก้องครื้นครั่นสนั่นป่า
แลไปตามช่องมรคา                                                            เห็นพลโยธามนุษย์
พลช้างพลม้าแน่นนันต์                                                     กุมภัณฑ์กริ้วโกรธดังจุดไฟ
มือขวาแกว่งหอกฤทธิรุทร                                 ไล่พลมนุษย์วุ่นวายฯ
                                                                                                                                              (อุณรุท : รัชกาลที่ ๑)

                เสียงช้างเสียงม้าโกลาหล                             เสียงพลเพรียกพร้อมอึงมี่
พระฟื้นองค์โสรจสรงวารี                                 กับเทวีวรนาฏวนิดา
เสียงกงส่งกลบกับเสียงม้า                                 พาลั่นพันลึกกึกก้อง
รถประเทียบเรียบท้ายรถทอง                                            เร่งกันรีบกองดำเนินไปฯ
                                                                                                                                              (อุณรุท : รัชกาลที่ ๑)

                ว่าพลางทางจูงสีหมอกม้า                            เบาะอานพานหน้าดูงามสม
ดังจะปลิวลิ่วลอยไปตามลม                                               อย่าปรารมภ์เลยนะเจ้ามาขี่ม้า
ปลอบพลางทางกอดกระซิบบอก                                     ม้าสีหมอกตัวนี้มีสง่า
เนื้ออ่อนงอนข้อขอสมา                                                     อย่าให้สีหมอกม้ากระเดื่องใจฯ
                                                                                                                                      (เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน)
วรรณคดีไทยจะกล่าวถึงม้าที่เป็นพาหนะของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล่าวถึงม้าป่า

edit @ 5 Dec 2009 00:27:16 by สัตว์ในวรรณคดีไทย

Comment

Comment:

Tweet