ชะนี

posted on 04 Dec 2009 02:02 by sadnaiwannakadeethai
ชะนี
ชื่อสามัญ   :  Gibbon
ชื่อวิทยาศาสตร์   :  Hylobates spp.
วงศ์   :  HYLOBATIDAE
ชื่ออื่น  :  –

                สัตว์จำพวกลิงที่มีแขนยาวและเสียงร้องอันโหยหวน ฟังแล้วชวนให้วังเวงใจ ลีลาห้อยโหนโยนตัวไปตามกิ่งไม้ ก็เป็นเอกลักษณ์ที่บอกได้ทันทีว่าสัตว์ชนิดนี้คือ “ชะนี” นั่นเอง
ลักษณะจำเพาะ
                ชะนี  คือสัตว์ป่าที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนลิง  แต่มีแขนยาวกว่าและไม่มีหางขนยาวนุ่ม  เดินลำตัวตั้งตรงได้  สีขนมีสีดำ  สีเทาขาว  และสีน้ำตาล  ตามแต่ชนิด  และเป็นสัตว์ที่ชอบโหนอยู่ตามต้นไม้สูงๆ  ส่งเสียงร้องดังมาก  เพื่อแสดงถึงอาณาเขตของแต่ละคู่  ชะนีแต่ละชนิดมีเสียงร้องต่างกันออกไป  และมีขนที่แสดงชนิดแตกต่างกัน  ในประเทศไทยพบอยู่ ๓ ชนิด คือ
๑. ชะนีมือขาว (Hylobates lar) ลำตัวสีดำและน้ำตาล บริเวณมือมีขนสีขาว๒. ชะนีหัวมงกุฎ (Hylobates pileatus) ตัวผู้สีดำ ตัวเมียสีเทา บริเวณหัวมีขนตั้งคล้ายมงกุฎ๓. ชะนีมือดำ (Hylobates agilis) ลำตัวสีดำ น้ำตาล หรือเทา บริเวณมือจะเป็นสีดำ
การดำรงชีวิต
                ชะนีชอบห้อยโหนไปตามกิ่งไม้ ใช้ชีวิตเกือบทั้งวันอยู่บนต้นไม้สูง เวลากินน้ำจะใช้หลังนิ้วแตะน้ำแล้วยกดูด ปกติชอบส่งเสียงร้องดัง “ผัว ผัว ผัว” ก้องป่า และชอบผึ่งแดดตอนเช้าอยู่บนกิ่งไม้ พออากาศร้อนจัดจะลงมาจากต้นไม้สูงเพื่อหลบแดด เวลาตกใจจะเหวี่ยงตัวโหนไปตามกิ่งไม้อย่างรวดเร็ว
                อาหารของชะนี  คือ  ผลไม้  ยอดไม้  ไข่นก  และแมลงต่างๆ  ส่วนเหยี่ยวและงูเหลือมเป็นศัตรูสำคัญของชะนี  สัตว์ชนิดนี้จะผสมพันธุ์เมื่ออายุได้  ๗-๘ ปี  ตั้งท้องนานประมาณ  ๘  เดือน  ออกลูกครั้งละ ๑  ตัว  ลูกชะนีจะหย่านมเมื่ออายุ  ๔-๗  เดือน  จนอายุ  ๒  ปีก็แยกไปหากินเอง  เป็นสัตว์ที่มีอายุยืนถึง  ๓๐  ปี
ถิ่นที่อยู่อาศัย
                ในทวีปเอเชียพบชะนีแถบเทือกเขาตะนาวศรีและทางด้านตะวันออกของแม่น้ำสาละวินในพม่า  ทางด้านตะวันตกของแม่น้ำโขงในลาว  ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลยูนนานประเทศจีน  ในมาเลเซีย  และทางด้านทิศเหนือของเกาะสุมาตราประเทศอินโดนีเซีย  สำหรับประเทศไทยพบได้ตามป่าดงดิบทั่วไป
ชะนีในวรรณคดีไทย
                ชะนีโหนครวญโหยโรยเรื่อย                                     ฉ่ำเฉื่อยน่าฟังกังวานหวานพระพายรำเพยพัดพาน                                                             สุคนธ์ธารเสาวรสเรณูนวลฯ                                                                                                                                (บทละครอุณรุท : รัชกาลที่ ๑)

                เย็นพยับอับแสงสุริยง                                               ชะนีส่งเสียงไห้น่าใจหายกุมาราพายักษ์จำแลงกาย                                                                   กำหนดหมายมุ่งทิศอุดรมาฯ                                                                                                                                                    (โคบุตร : สุนทรภู่)

                สุริย์แสงใกล้ดับพยับคล้อย                                         ชะนีห้อยโหนไม้ร้องไห้หาวิเวกวาบซาบเสียวเส้นโลมา                                                       พระพายพาพัดส่งตรงบุรีฯ                                                                                                                                                    (โคบุตร : สุนทรภู่)

                ชะนีที่เหล่าเขายี่สาน                                                               วิเวกหวานหวัวหวัวผัวผัวโหวยหวิวหวิวไหวได้ยินยิ่งดิ้นโดย                                                     ชะนีโหยหาคู่ไม่รู้วายฯ                                                                                                                                   (นิราศเมืองเพชร : สุนทรภู่)

                เสียงลิงค่างบ่างชะนีวะหวีดโหวย                            กระหึมโหยห้อยไม้น่าใจหายเสียงผัวผัวตัวเมียเที่ยวโยนกาย                                                เห็นคนอายแอบอิงกับกิ่งยางโอ้ชะนีเวทนาเที่ยวหาผัว                                                                               เหมือนตัวพี่จากน้องให้หมองหมางชะนีเพรียกเรียกชายอยู่ปลายยาง                                                                 พี่เรียกนางน้องนุชอยู่ในใจฯ
                                                                                                                                 (นิราศเมืองแกลง : สุนทรภู่)
                                               ได้ยินแซ่แต่เสียงชะนีโหย                                           โวยโวยอยู่บนต้นไม้ใหญ่นกยูงทองร้องรับระวังไพร                                                               วังเวงใจเปลี่ยวเปล่าเศร้าอุราฯ
                                                                                                                                      (เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน)

                ในวรรณคดีไทยปรากฏบทบาทของชะนีอยู่หลายเรื่อง  และที่รู้จักกันดีคือ  นิทานพื้นบ้านเรื่องพิกุลทอง  กล่าวถึงนางพิกุลทองผู้มีดอกพิกุลทองคำร่วงออกจากปากยามพูดทุกครั้ง  ครั้นนางได้เป็นมเหสีของกษัตริย์แล้ว  พิกุลทองก็ถูกนางยักษ์สาปให้เป็นชะนีเมื่อคราวเสด็จประพาสป่าพร้อมพระสวามีนางจึงกลายเป็นชะนีร้อง  “ผัว ผัว” เรียกหาพระสวามีอยู่ในป่า แล้วนางยักษ์ก็แปลง
เป็นนางพิกุลทอง แต่เวลาพูดกลับไม่มีดอกพิกุลทองร่วงออกมาเลย ทำให้ผู้คนสงสัยจนพระโอรสของพิกุลทองฆ่านางยักษ์ได้ พิกุลทองจึงกลายร่างเป็นมนุษย์ดังเดิม
                นอกจากนี้ชะนียังถูกกล่าวถึงในเนื้อหาวรรณคดีไทยทั่วไปเกี่ยวกับเสียงร้องของชะนีที่โหยหวนในป่า  ทำให้กวีประหวัดคิดถึงนางผู้เป็นที่รัก  โดยเปรียบเสียงร้องของชะนีว่าเหมือนกับเสียงของกวีที่ร้องเรียกหานางอยู่ในใจ  และเสียงของชะนีเป็นเสียงที่ฟังแล้ววังเวงใจ  เมื่อกวีหรือตัวละครได้ฟังแล้วเกิดความรู้สึกเศร้าใจวังเวงใจ  เหมือนการอยู่คนเดียวเปลี่ยวเอกาท่ามกลางป่าใหญ่

edit @ 5 Dec 2009 00:18:26 by สัตว์ในวรรณคดีไทย

Comment

Comment:

Tweet