ควายป่า

posted on 04 Dec 2009 02:04 by sadnaiwannakadeethai

ควายป่า
ชื่อสามัญ : Wild Water Buffalo
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Bubalus bubalis
วงศ์ : BOVIDAE
ชื่ออื่น : ควายป่า, ควายเถื่อน, มหิงสา, กระบือเถื่อน

                จอมพลังแห่งผืนป่าผู้ไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใด หากมีภัยจะวิ่งเข้าใส่ทันที เพราะ “ควายป่า” เป็นสัตว์ที่ทะนงในรูปร่างอนกำยำล่ำสัน กล้าเนื้ออันทรงพลังและเขายาวแหลมอันทรงสง่าจนได้ฉายาว่า “นักสู้แห่งผืนป่า”
ลักษณะจำเพาะ
                ควายป่ามีรูปร่างเหมือนควายบ้านมาก แต่มีลำตัวขนาดใหญ่กว่า  มีนิสัยว่องไวและดุร้ายกว่าควายบ้านมาก เมื่อตัวโตเต็มวัยจะมีความสูงเกือบ ๒ เมตร  น้ำหนักมากกว่า ๑๐๐๐  กก. สีลำตัวโดยทั่วไปเป็นสีเทาหรือน้ำตาลดำ ขาทั้ง ๔ สีขาวแก่หรือสีเทาคล้ายใส่ถุงเท้า ด้านล่างของลำตัวเป็นลายสีขาวรูปตัววี ควายป่ามีเขาทั้ง ๒ เพศ  เขามีขนาดใหญ่กว่าควายบ้าน  วงเขากางออกกว้างโค้งไปทางด้านหลัง ด้านตัดขวางเป็นรูปสามเหลี่ยม ปลายเขาเรียวแหลม
การดำรงชีวิต
                ควายป่าชอบออกหากินในเวลาเช้าและเวลาเย็น  อาหารได้แก่ ใบไม้ หญ้าและหน่อไม้  หลังจากกินอาหารอิ่มแล้วจะนอนเคี้ยวเอื้องตามพุ่มไม้  หรือนอนแช่ปลักโคลนตอนช่วงกลางวัน  มักจะอยู่รวมกันเป็นฝูง  ตั้งท้องนาน ๑0 เดือน ตกลูกครั้งละ ๑ ตัว ความป่ามีอายุยืนประมาณ ๒0-๒๕ ปี บางครั้งมันจะเข้ามาในหมู่บ้านสู้กับควายป่าเพื่อแย่งควายตัวเมียโดยที่ควายป่าแข็งแรงกว่า และเป็นนักสู้โดยธรรมชาติ จึงชนะควายบ้านทุกครั้ง บางครั้งควายบ้านจะถูกขวิดตาย ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนบ่อยครั้ง
ถิ่นที่อยู่อาศัย
                พบควายป่าอยู่ทั่วไปในทวีปเอเชียตั้งแต่ในเนปาล อินเดีย ไปสิ้นสุดทางด้านทิศตะวันออกที่เวียดนาม ในประเทศไทยปัจจุบันมีควายป่าเหลืออยู่บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุดรธานีแห่งเดียวเท่านั้นควายป่าในวรรณคดีไทย
                โศกระบัดผลัดใบลอออ่อน                                     ใบแก่ก่อนหล่นหลามมาตามสาย   เห็นงูเหลือมเลื่อมแลดูหลายลาย                                       กระหวัดกายกอดโศกชะโงกงัน  กระบือเปลี่ยวเดินตรงลงกินน้ำ                                          ทั้งที่ดำเรี่ยวแรงแข็งขยัน  งูเหลือมโลภโอบตวัดเข้ารัดพัน                                         กระบือดันดันดึงกันตึงตัง พฤกษาโศกโยกโยนอยู่ยวบยาบ                                           งูเหลือมคาบควายดึงอยู่ขึงขังควายฉกรรจ์กันโดดสุดกำลัง                                                งูเหลือมยังไม่วางขาดกลางตัวหางกระหวัดรัดไม้ก้อคลายหลุด                                                            ศีรษะมุดมัดควายไม่คลายหัวสองสัตว์สิ้นชีวังทั้งสองตัว                                                                   ดูหน้ากลัวต่างต่างกลางพนมฯ
                                                                                                                                                    (โคบุตร : สุนทรภู่)

                เดินทางตามหว่างบรรพต                                          เลี้ยวลดชมสัตว์ที่ในป่ากาสรพาพวกเป็นหมู่มา                                                             พยัคฆาหมอบมองมฤคีฯ
                                                                                                                                        (รามเกียรติ์ : รัชกาลที่ ๑)

                ระมาดเม่นหมูหมีเที่ยวหนีเร้น                                              เสียงผายลเผ่นไหล่ผาโหยงควายเถื่อนถึกกระทิงวิ่งตะโพง                                                                  เสือโคร่งโดดผับไปลับตาฯ
                                                                                                                                                (เงาะป่า : รัชกาลที่๕)

                ในวรรณคดีไทยมักจะกล่าวถึงควายป่าในแง่ของสัตว์ผู้ถูกล่า เช่นในเรื่องอนิรุทธคำฉันท์ ตอน พระอนิรุทธเสด็จประพาสป่าล่าสัตว์  พระอนิรุทธได้สังหารควายป่าตัวใหญ่ เพื่อแสดงพระปรีชาสามารถของพระองค์ หรือในบทละครเรื่องรามเกียรติ์  ปรากฏตัวละครที่เป็นควายป่าถึง ๒ ตัว คือ ทรพากันทรพี โดยเฉพาะ “ทรพี”  คือควายป่าผู้ทำปิตุฆาตหรือฆ่าพ่อ คือ ทรพา  และเป็นที่มาของสำนวนไทยว่า “วัดรอยเท้า”  เกิดจากพฤติกรรมของทรพีเมื่ออยากรู้ว่าตนเองโตพอที่จะสู้กับพ่อได้รึยัง ก็จะเอาเท้าของตัวเองไปวัดกับรอยเท้าของพ่อ หรือสำนวน “ลูกทรพี”  ก็เกิดจาดพฤติกรรมการทำปิตุฆาตของทรพีนั่นเอง

                ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนเริ่มเรื่องกล่าวถึงขุนศรีวิไชยบิดาของขุนช้างเขียนจดหมายแจ้งแก่ขุนไกรบิดาของขุนแผนว่า พระพันวษาจะเสด็จออกไปต้อนควายงรามเกียรติ์  ปรากฏตัวละครที่เป็นควายป่าถึง ๒ ตัว คือิรุทธคำฉันท์ ตอน พระอนิรุทธเสด็จประพาสป่านมีควา  การต้อนควายจะนำมาใช้งานเพื่อความมั่งคั่งของบ้านเมือง ถือเป็นหน้าที่ของข้าราชกาล ประเพณีการต้อนควายสมัยก่อนคงคล้านประเพณีคล้องช้าง คือทำคอกไว้ล้อมเหมือนเพนียด  หลังจากขุนไกรต้อนควายป่าเข้าคอก ปรากฏว่าควายป่ามีมากเกินกำลังจะควบคุมได้  เลยเป็นเหตุให้แตกหนีไปหมด  พระพันวษาพิดรธมาก  รับสั่งให้ตัดคอขุนไกร  ทำให้ขุนแผนต้องกำพร้าบิดาแต่เล็ก

edit @ 5 Dec 2009 00:17:09 by สัตว์ในวรรณคดีไทย

Comment

Comment:

Tweet